เมาส์

Luffy - One Piece

หน้าปก

หน้าปก
++ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Monruedeening.blogspot.com++

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

Blogger ตอนที่ 5 : แผงควบคุม เมนู "ข้อความ" "Adsense" และ "รูปภาพ"

เรื่องที่ 5 แผงควบคุม เมนู "ข้อความ" "Adsense" และ "รูปภาพ

เรื่องที่ 5 
เมนู "ข้อความ"
  


         องค์ประกอบ "ข้อความ" ใช้เพื่อบอกรายละเอียด คำอธิบาย เชื่อมโยงหน้าเว็บไซต์อื่น หรือเชื่อมโยงหน้าเว็บบล็อก ภายในบล็อก และยังสามารถดัดแปลงใช้เป็น "เมนู" สำคัญๆ เช่น "หน้าหลัก" "ติดต่อผม" "สมุดเยี่ยม" "เกี่ยวกับผม" เป็นต้น เพื่อพยายามทำบล็อกให้ใกล้เคียงเว็บไซต์ ทำให้ผู้อ่านใช้งานได้ง่ายด้วยครับ

  

         เมื่อกดแบนเนอร์องค์ประกอบ "ข้อความ" ก็จะเห็นหน้าต่างดังภาพข้างบนนะครับ "หัวข้อ" ก็ใส่เรื่องที่เกี่ยวข้อง ส่วนพื้นที่ใหญ่ข้างล่าง ก็ใส่ข้อความที่ต้องการนำเสนอชัดเจน แต่ก่อนอื่นอยากจะให้ทุกท่าน ไปรู้จักกับสัญลักษณ์ของการใช้งานข้อความก่อนนะครับ ให้ดูที่ด้านขวา จะเห็นสัญลักษณ์ 6 ตัว คือ
  • ตัวที่ 1 : ตัวอักษร b หนา ที่ถ้ากด ข้อความต่างๆ ของเราก็จะหนา ทำให้เด่น อ่านง่าย เนื่องจากการตกแต่งบล็อก ด้วยการใช้องค์ประกอบ "ข้อความ" ของ Blogger ไม่สามารถเพิ่มขนาดของตัวอักษรได้ ทำให้หนาได้อย่างเดียว
  • ตัวที่ 2 : ตัว i เอียง ถ้ากด ข้อความต่างๆ ก็จะเอียง 
  • ตัวที่ 3 : เป็นการเปลี่ยนสีของตัวอักษร ถ้ากดที่สัญลักษณ์ "ตัว T มีแถบสี" ก็จะเห็นตารางสี กดเลือกสี ตัวอักษณที่เป็นข้อความนั้นๆ ก็จะเปลี่ยนสีตามเราแก้ไข 
  • ตัวที่ 4 : เป็นกาวรเชื่อมโยงลิ้งค์ วิธีใช้งานคือ ถ้าเราต้องการให้ตัวอักษรใดหรือข้อความใด เมื่อผู้อ่านกดปุ๊บ ไปยังอีกหน้าเว็บไซต์ เป็นต้น ก่อนกดก็ลากเม้าท์พื้นที่ ที่ต้องการจะเชื่อมโยงลิ้งค์ที่ตัวอักษร หรือข้อความก่อน จากนั้นกดที่สัญลักษณ์ จะขึ้นหน้าต่างเล็กๆ ให้ใส่ URL ที่ต้องการจะเชื่อมโยง แล้วก็กด "บันทึก" ก็จะเห็นว่าใต้ข้อความนั้นมี "ขีดเส้นใต้" ถือว่าเสร็จในส่วนนี้แล้ว
  • ตัวที่ 5 : เป็นการใส่เครื่องหมายคำพูดในข้อความของเรา  
  • ตัวที่ 6 : เป็นการใส่โค๊ด Html เพื่อใส่ลูกเล่นให้มากขึ้น หรือเชื่อโยงไปยังเว็บข้างนอกได้ด้วย



 เมนู "Adsense

         องค์ประกอบ "Adsense" มีไว้สำหรับนำโฆษณาของ Google มาแสดงในพื้นที่ที่เรากำหนดขนาด และก็จะทำให้เจ้าของบล็อกมีรายได้จากการคลิ๊กโฆษณาครับ

         เมื่อกดแบนเนอร์องค์ประกอบ "Adsense" จะเห็นหน้าต่าง "การตั้งค่า Adsense" ซึ่งมีส่วนสำคัญอยู่ 4 ส่วนคือ
  1. "รูปแบบ" ซึ่งเป็นการเลือกขนาดโฆษณา ให้เหมาะกับพื้นที่ที่จะวางโฆษณา
  2. "สี" เป็นการเลือกสีของพื้นที่โฆษณา ให้เหมาะสมกับบล็อก โดยระบบของ Blogger จะดีตรงที่ มันจะแสดงสีให้เหมาะสมกับบล็อกที่ได้สร้างไว้เดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่ชอบ ก็เปลี่ยนได้นะครับ
  3. "แสดงตัวอย่าง" จะแสดงขนาด ของโฆษณาที่เราได้เลือกไว้ใน 2 ข้อแรก ให้ดูครับ
  4. "ขั้นสูง" ใช้ในกรณีเปลี่ยนบัญชี Adsense ครับ 


เมนู "รูปภาพ"


         องค์ประกอบ "รูปภาพ" เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน หรือจะไว้ทำเป็นบล็อกเกี่ยวกับเรื่องไดเรื่องหนึ่งก็ได้


         เมื่อกดแบนเนอร์ จะเห็นหน้าต่างตามภาพข้างบน ซึ่งก็มีหัวข้อตามปกติ เช่น หัวข้อ, คำอธิบาย ลิงก์ และรูปภาพ ซึ่ง 2 ส่วนแรกคงไม่ต้องอธิบายมาก 
  • ลิงก์ มีไว้สำหรับใส่ URL ที่เมื่อภาพแสดงบนบล็อกแล้วกดที่รูปภาพ ก็จะไปที่หน้าเว็บบล็อก หรือเว็บไซต์นั้นๆ ถ้าไม่ใส่ ก็จะแสดงเป็นภาพปกติ ไม่มีเชื่อมโยงลิงก์ไหนครับ
  • การใส่รูปภาพ มีให้เราสามารถโหลดรูปได้จาก 2 แหล่ง คือ จากไฟล์ในคอมพิวเตอร์ กับ จากเว็บไซต์ (ซึ่งสามารถดูวิธีการนำ address ของรูปภาพมาใส่ ตามลิ้งค์นี้ครับ) ส่งนการติ๊กเครื่องหมายถูกในช่องที่เขียนว่า "ลดขนาดให้พอดี" 

Blogger ตอนที่ 6 : แผงควบคุม เมนู "รายชื่อลิงก์" "รายการ" และ "แบบสำรวจ"

เรื่องที่ 6 แผงควบคุม เมนู "รายชื่อลิงก์" "รายการ" และ "แบบสำรวจ"

ตอนที่ 6


เมนู "รายชื่อลิงก์"






         องค์ประกอบ "รายชื่อลิงก์" สามารถแสดง URL ของเว็บไซต์ หรือเว็บบล็อก ที่เราจะนำมาแสดง ซึ่งเราอาจจะตั้หัวข้อได้หลากหลาย เช่น เว็บไซต์ที่ใช้งานบ่อย เว็บไซต์ที่ชื่นชอบ เว็บไซต์ของเพื่อน หรือ "เว็บบล็อกที่ผมเขียน" ตามที่ผมจะยกตัวอย่างในบทความนี้นะครับ งั้นเพื่อนๆ มาลองใช้งานกันนะครับ 
         เมื่อกดแบนเนอร์ จะแสดงหน้าต่าง "ตั้งค่ารายชื่อลิงก์" ทีผมขออธิบายส่วนสำคัญ 4 ส่วนคือ 
  1. "หัวข้อ" เพราะถ้าเพื่อนๆ ตามอ่านมาตั้งแต่ต้น ก็ใส่หัวข้ออะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับลิงก์ที่จะนำมาวาง
  2. ส่วน "จำนวนลิงก์ที่จะแสดงในรายการ" ให้เราใส่จำนวนเข้าไป เช่น ถ้าเป็นเว็บบล็อกของเพื่อนมีมาก อาจใส่ไว้ 100 รายการ คือใส่มากก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าใส่น้อย เช่นใส่ 20 รายการ แต่เราเพิ่มลิงก์ไป 40 รายการ ก็จะแสดงเพียง 20 รายการเท่านั้นครับ
  3. ส่วน "การเรียง" ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย โดยปกติจะเป็น ไม่ต้องจัดเรียง เพราะว่าเมื่อเราเพิ่มรายการเรียบร้อย สามารถจัดลำดับได้เองอยู่แล้ว ง่ายๆ ไม่ยากครับ ทาง Blogger ออกแบบไว้ค่อนข้างดีครับ
  4. ส่วน "URL ของไซต์ใหม่" นั้นมีไว้สำหรับใส่ URL ที่เราต้องการแสดง
         ในส่วนที่ 4 นี้ เป็นส่วนสคัญ ในการเพิ่มลิงก์ครับ จะเห็นว่ามี "http://" รอไว้อยู่แล้ว ถ้าก็อบปี้ URL มาอย่าลืมลบของเดิมออกก่อนนะครับ เดี๋ยวจะซ้ำซ้อน ที่สำคัญใช้งานไม่ได้ครับ



เมนู "รายการ"

         องค์ประกอบ "รายการ" ที่สามารถแสดง "ข้อความ" และยังสามารถเชื่อมโยงลิงก์ได้ ดังนั้นถ้าฟังๆ ดู ก็คงคล้าย หรือใกล้เคียงกับ องค์ประกอบ "รายชื่อลิงก์" 

เมื่อกดแบนเนอร์ จะเห็นหน้าต่าง "ตั้งค่ารายการ" ซึ่งมี 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้
  1. หัวข้อ : เพื่อนๆ คงเข้าใจกันหมดแล้ว นะครับ ถ้าตามอ่านมาตั้งแต่แรก?
  2. จำนวนรายการที่จะแสดง : ขึ้นกับข้อมูลจริงที่เราต้องการแสดง แต่ผมมักใส่ไว้เยอะๆ ไว้ก่อนครับ
  3. การเรียง : สามารถกดลูกศร และเลือกได้ ผมเลือกตัวมาตรฐาน "ไม่ต้องจัดเรียง" ครับ
  4. เพิ่มรายการใหม่ : เป็นการพิมพ์รายการ และกดเชื่อมลิงก์ หรือไม่เชื่อมก็ได้ ขึ้นอยู่กับการนำเสนอข้อมูลรายการครับ       วิธีการใช้งาน ของการเพิ่มรายการใหม่ ก็คือ พิมพ์ หรือ copy รายการที่จะแสดงมาวางในช่อง "เพิ่มรายการใหม่"  และถ้าคุณต้องการให้มีการเชื่อมโยงลิงก์ ให้กดที่สัญลักษณ์เชื่อมโยงลิงก์ ใส่ URL ของหน้าเว็บ และเมื่อกดสัญลักษณ์ตัวเชื่อมโยงลิงก์ จะมีหน้าต่างให้ "ป้อน URL ที่คุณต้องการเชื่อมโยง" ขึ้นมาให้ใส่ URL ลงไปนะครับ กดปุ่ม OK ก็เสร็จในขั้นตอนนี้ครับ  เมื่อเสร็จแล้วก็กดเมนู "เพิ่มรายการ"


เมนู "แบบสำรวจ"  

         องค์ประกอบ "แบบสำรวจ" ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นกาวรใช้งานที่ควรนำมาใช้งานมากๆ เพราะจะทำให้เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านได้ หรืออาจจะนำมาทำกิจกรรมแบบง่ายๆ ก็ได้
         เมื่อกดแบนเนอร์ องค์ประกอบ "แบบสำรวจ" จะเห็นหน้าต่าง "สร้างแบบสำรวจ" ซึ่งมีส่วนสำคัญๆ 5 ส่วนดังนี้
  1. คำถาม : ให้เราตั้งคำถามที่อยากจะสำรวจ หรือหัวข้อของกิจกรรม
  2. คำตอบ : เนื่องจากว่า คำตอบเราคงต้องกำหนดขึ้นมาเอง เพื่อให้ง่ายกับผู้ตอบแบบสำรวจ ซึ่งตรงจุดนี้ เจ้าของบล็อก ที่สร้างแบบสำรวจก็คงต้องคิดก่อนทำเหมือนกันนะครับ
  3. เพิ่มคำตอบอื่น : ในกรณีที่ช่องคำตอบทั้ง 4 ช่อง ไม่พอ เช่นต้องใช้ถึง 6-8 ช่อง ก็สามารถกดเพิ่มได้ที่เมนู "เพิ่มคำตอบอื่น"
  4. ช่องสี่เหลี่ยม ที่ให้ติ๊กถูก เมื่อต้องการให้ผู้ตอบ สามารถแสดงความคิดเห็นได้เกิน 1 คำตอบ ทั้งนี้การจะให้ตอบมากกว่า 1 คำตอบได้นั้น ก็น่าจะขึ้นอยู่กับ คำถามของแบบสำรวจด้วยนะครับ
  5. วันที่และเวลาปิดแบบสำรวจ : ให้กรอกวันที่ เดือน/วัน/ปี ตามแบบที่มีอยู่ ก็ตรงตามความหมายนะครับ

Blogger ตอนที่ 7 : แผงควบคุม เมนู "ลิงก์การสมัคร" "สไลด์โชว์" "ผู้ติดตาม" และ "รายการบล็อก"

เรื่องที่ 7 แผงควบคุม เมนู "ลิงก์การสมัคร" "สไลด์โชว์" "ผู้ติดตาม" และ "รายการบล็อก"

ตอนที่ 7

เมนู "ลิงก์การสมัคร"


         องค์ประกอบ "ลิงก์การสมัคร" เป็นลูกเล่นที่ทาง Blogger มีไว้สำหรับเรา ในกรณีที่เราติดตั้งองค์ประกอบนี้แล้ว คนที่สนใจบทความของบล็อก ก็สามารถสมัครเพื่อรับข้อมูลของเราได้


         เมื่อกดแบนเนอร์ ก็จะเห็นหน้าต่าง "กำหนดค่าลิงก์การสมัคร" ติดตั้งง่ายมากครับ แค่กด "บันทึก" ก็เสร็จสิ้นเลยครับ




เมนู "สไลด์โชว์"

         องค์ประกอบ "สไลด์โชว์" มีไว้สำหรับใส่ภาพมาโชว์จากเว็บไซต์ในเครือ หรือพันธมิตร ของ Google


         เมื่อกดแบนเนอร์ จะเห็นหน้าต่าง "กำหนดค่าสไลด์โชว์" ซึ่งสามารถเปลี่ยนหัวข้อได้ เลือกที่มาของภาพจากเว็บที่กำหนด เลือกคีย์เวิร์ด หรืออัลบั้ม ถ้าเลือกคีย์เวิร์ด ก็ให้ใส่คีย์เวิร์ดที่อยากให้มีภาพมาแสดง เช่น Sea หรือ Sunset เป็นต้น ก็จะมีภาพที่เป็นวิวทะเล หรือ พระอาทิตย์ มาแสดง จากนั้นก็กดบันทึกเหมือนเดิมครับ


เมนู "ผู้ติดตาม"

         องค์ประกอบ "ผู้ติดตาม" มีไว้สำหรับแสดงว่ามีใครบ้างที่ติดตามดูล็อกของเรา ซึ่งก็จำเป็นว่าจะแสดงเฉพาะสมาชิกของ Blogger เท่านั้นครับ
 
       ติดตั้งง่ายครับ เมื่อกดแบนเนอร์ เห็นหน้าต่าง "กำหนดค่ารายการผู้ติดตาม" ก็กดบันทึกเลย ถือว่าเสร็จเรียบร้อย


เมนู "รายการบล็อก"
         องค์ประกอบ "รายการบล็อก" ก่อนหน้านี้มีองค์ประกอบ "ลิงก์การสมัคร" ที่คนอื่นอยากดู อยากติดตามบล็อกของเรา ดังนั้น "รายการบล็อก" จะตรงกันข้าม คือ เราสนใจติดตามอ่านบล็อกจากที่อื่นเหมือนกัน


       กดแบนเนอร์ จะเห็นหน้าต่าง "กำหนดค่ารายการบล็อก" สามารถตังหัวข้อได้ใหม่ เลือกรายการแสดง เลือกการแสดง เมื่อกดเมนู "เพิ่มรายการ" จะมีหน้าต่างให้ใส่ URL เพื่อติดตามงานของบ็อกนั้นๆ และก็กดบันทึก เป็นอันเสร็จสิ้น

Blogger ตอนที่ 8 : การจัดการข้อมูล "ขั้นต้น"

เรื่องที่ 8 การจัดการข้อมูล "ขั้นต้น"

ตอนที่ 8
การจัการแผงควบคุม

         ต่อไป  ขอเสนอการจัดการนำส่วน "การตั้งค่า" ของบล็อกนะครับ มีทั้งสิ้น 6 ตอนนะครับ ตอนแรกก็เริ่มจาก การจัดการข้อมูล "ขั้นต้น" นะครับ โดยผมจะขอแนะนำจากหัวข้อเมนูที่แสดงในแถบ ซึ่งมี 9 หัวข้อให้จัดการ 


เริ่มกันเลยนะครับ เริ่มที่หัวข้อแรกเลย

 

  • เครื่องมือเขียนบล็อก : "นำเข้าบล็อก" เป็นการโอนย้ายข้อมูลบล็อกอื่นมาไว้เลย "ส่งออกบล็อก" คือการเอาบทความทั้งหมดไปที่บล็อกอื่น ส่วนแนสุดท้าย "ลบบล็อก" นี้ชัดเจนครับ ถ้ากดลบบล็อก ก็จะมีเมนูถามว่า คุณแน่ใจจะลบหรือไม่ ยืนยันนะ 
  • หัวข้อ : คือ หัวข้อของบล็อกเรา หรือชื่อบล็อกเรา ครั้งแรกที่เราสร้างบล็อก จะมีให้เราใส่ชื่อบล็อก เนื่องจากตรงส่วนนี้สามารถแก้ไขได้ ที่จะเป็นอีกทาง หรืออีกวิธีที่เราสามารถเปลี่ยนชื่อบล็อกได้ครับ 
  • คำอธิบาย : ก็คือคำอธิบายที่อยู่ใต้ "ชื่อบทความ" ทั้ง "ชื่อบทความ" และ "คำอธิบายบทความ" นั้นสำคัญมากนะครับ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเรื่องหนึ่งในการสร้างบล็อกให้ติดอันดับต้นๆ ของการค้นหาจากหน้าของ Google ครับ
 
  • เพิ่มบล็อกของคุณในรายการของเราหรือไม่ : เดิมตอบว่า "ใช่" ก็ควรให้เป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะถ้าเราตอบไม่ น่าจะมีเหตุผลเดียว คือเอาไว้ดูเอง เสียโอกาสที่จะเผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ต
  • อนุญาตให้เครื่องมือค้นหาพบบล็อกของคุณหรือไม่ : "ใช่" ไว้ก่อนครับ ถ้า "ไม่" ก็แสดงว่าไม่อยากให้ใครรู้จักบล็อกเรา (มั้งครับ)
  • แสดงการแก้ไขอย่างรวดเร็วบนบล็อกของคุณหรือไม่ : อันนี้ต้อง "ใช่" สถานเดียวครับ ไม่งั้นเวลาเปลี่ยนแปลง หรืออัพเดทข้อมูลอะไร คุณเหนื่อยแน่ เนื่องจากโดยระบบของ Blogger จะมีสัญลักษณ์ "ประแจไขว่กับไขควง" ซึ่งก็คือเมนูลัดในการจัดการบล็อกนั่นเองครับ
  • แสดงลิงก์ส่งบทความทางอีเมล : เหมือนเดิมครับ "ใช่" ไว้ก่อน เพราะมันคือ ลิงก์การส่งบทความทางอีเมล ช่วยให้ผู้เข้าชมของคุณสามารถส่งบทความทางอีเมลจากบล็อกของคุณถึงเพื่อนๆ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับบล็อกของคุณอยู่แล้ว ในการเผยแพร่ครับ
  • มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่หรือไม่ : อันนี้ก็ลองดูเนื้อหานะครับ แต่ของผมไม่มีเนื้อหาผู้ใหญ่ (น่าจะแบบมีบทความเกี่ยวกับทางด้านเพศ หรือมีภาพ หรือความรุนแรง เป็นต้น) ดังนั้น "ใช่" ตามระเบียบครับ

Blogger เรื่องที่ 9 การจัดการข้อมูล "การเผยแพร่" และ "สิทธิ์"

เรื่องที่ 9 การจัดการข้อมูล "การเผยแพร่" และ "สิทธิ์"

เรื่องที่ 9
การตั้งค่า "การเผยแพร่" และ "สิทธิ์"


         "การเผยแพร"  เป็นกรกำหนดให้เราบริหารบล็อกได้ง่ายขึ้น บล็อกไหนอยากให้ทุกคนดู บล็อกไหนอยากแค่ให้เพื่ออนบางคนดู แบบว่าความลับกันเอง ไม่อยากให้ใครมาเห็น บล็อกไหนไม่ให้ใครเข้ามาดูเลย ข้าดูของข้าคนเดียว หรือจะประยุกต์ใช้ เช่น ทยอยทำบล็อกจนเสร็จเรียบร้อย ถึงจะโชว์ให้คนอื่นดูก็ยังได้ 


         "สิทธิ์" เป็นส่วนจะอนุญาตให้ใครเข้าอ่าน หรือไม่ให้อ่าน ทีนี้ลองดูส่วนล่าง คือ ส่วน "ผู้อ่านบล็อก" ก่อนนะครับ ในหัวข้อ "ใครสามารถดูบล็อกนี้ได้" จะติ๊กหน้าวงกลมตรง "O ใครก็ได้" เสมอ หมายถึง เผยแพร่ให้สาธารณะได้ดูกันทั่วโลกครับ


         ถ้าคลิกตรง "เฉพาะบุคคลที่ฉันเลือก" มันก็จะขึ้นพื้นที่สีขาว (ตามภาพข้างบน) เหนือช่องขาว เขียนว่า "เชิญบุคคลอื่นให้อ่านบล็อกของคุณ" ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า บล็อกคุณจะอ่านได้เฉพาะคนที่คุณเชิญเท่านั้น คนปกติจะเข้าไม่ได้เลย ด้วยการใส่อีเมล์ไปในช่องขาว ระบบของ Blogger ก็จะส่งเทียบเชิญให้มาอ่านบล็อก เท่าที่เราส่งอีเมล์ไปครับ เราสามารถใส่อีเมล์ได้ถึง 100 อีเมล์ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ต้องกด "เชิญ" ด้วยนะครับ
         ต่อไปมาถึงการคลิกที่วงกลมหน้า "เฉพาะผู้เขียนบล็อก" อันนี้หนักกว่านั้น อีก คือ ตัวเราเอง เจ้าของบล็อก ไม่ให้ใครดูแลเลย นอกจาตัวเจ้าของเอง


         เมื่อคลิกที่ "เฉพาะผู้เขียนบล็อก" จะมีเมนูขึ้นมา เป็นเมนูสีส้มเขียนว่า "อนุญาเฉพาะคนเขียน" เมื่อกดเสร็จ บล็อกของคุณก็จะไม่มีใครเข้ามาอ่านได้ทันที         เมื่อทุกอย่าง จบเสร็จสิ้นแล้ว ก็อย่าลืมเมนูสีส้ม "บันทึกการตั้งค่า" ด้วยนะครับ 


         ต่อไป มาดูส่วนแรกกันนะครับ คือส่วน "ผู้เขียนบล็อก" คือหมายถึง ใครก็ได้จะสร้างบล็อกรวมกัน เท่าที่เราจะอนุญาต ด้วยการใส่อีเมล์ลงไป ได้ถึง 100 คน และเมื่อกดปุ่มเมนูสีฟ้า "เพิ่มผู้เขียน"

         จะมีพื้นที่สีขาวแสดงออกมา เหนือพื้นที่ขาว มีประโยค "เชิญผู้อื่นให้เขียนข้อมูลในบล็อกของคุณ" โดยการใส่อีเมล์ของคนที่คุณต้องการให้ดัดแปลง หรือเพิ่มบทความลงไปในพื้นที่สีขาวครับ

Blogger ตอนที่ 10 : การจัดการข้อมูล "การจัดรูปแบบ" และ "ข้อคิดเห็น"

เรื่องที่ 10 การจัดการข้อมูล "การจัดรูปแบบ" และ "ข้อคิดเห็น"

เรื่องที่ 10
การจัดการข้อมูล "การจัดรูปแบบ"

การตั้งค่า "การจัดรูปแบบ" เป็นการจัดการข้อมูลส่วนย่อยๆ ของบล็อกที่ก็สำคัญเมือนกันนะครับ 

 
  • แสดง : คือการแสดงจำนวนบทความในหน้าแรกของบล็อก โดยเลือกในช่องแรก ส่วนช่องหลังสามารถเลือกว่าจะแสดงว่าเป็น กี่บทความ หรือโชว์ว่าแสดงกี่วัน เช่นแสดงบทควมภายใน 30 วัน เป็นต้น ผมจะมช้เฉพะส่วน "บทความ" เท่านั้น เพราะไม่ร้ว่า แต่ละบล็อกนั้นผมจะอัพเดทบทความได้ทุกวันไหม เพราะเขียนเยอะตั้ง 40 บล็อก ดังนั้นแสดงเป็นจำนวนบทความไว้ดีที่สุดครับ
  • รูปแบบส่วนหัวของวันที่ : เป็นเหมือนฟอร์ม หรือรูปแบบของวันที่ ที่จะแสดงบนส่นหัวของบทความ
  • รูปแบบวันที่ของดัชนีคลังบทความ : คือรูปแบบของวันที่ ที่เราเซฟเข้าคลังข้อมูล บล็อกของผมนิยมใช้เป็นแสดง "เดือน 20xx" เพราะผมเลือกเก็บเข้าคลังข้อมูลบทความเป็นรายเดือนครับ
  • โซนเวลา : เลือกโซนเวลาของประเทศไทย เพื่อให้บล็อกเราเมื่อส่งบทความขึ้น จะได้บันทึกเวลาได้ถูกต้อง และต้องเลือกเป็น "(GMT+07:00) กรุงเทพ"
  • ภาษา : คือภาษาที่แสดงในบล็อก ดังนั้นเลือก "ไทย" ครับ
  • แปลงการขึ้นบรรทัดใหม่ : เป็นการแสดงโค้ดของการขึ้นบรรทัดใหม่ เวลาเขียนบทความลงในบล็อกครับ 
  • แม่แบบบทความ : 


    การจัดการข้อมูล "ข้อคิดเห็น"

         ในส่วน "ข้อคิดเห็น" หรือในส่วน "แสดงความคิดเห็น" บางเว็บไซต์ก็เรียก "Comment" ก็คือเป็นส่วนที่เวลาเราได้ไปอ่านเจอบทความ แล้วเราต้องการแสดงความคิดเห็น จากนั้นก็พิมพ์แสดงความคิดเห็น หรือได้อ่านแสดงความคิดเห็นของท่านอื่นๆ เป็นต้น
  • ข้อคิดเห็น : เป็นระบบที่ต้องการให้ผู้สร้างบล็อกนั้นเลือกว่า เวลามีคนแสดงความคิดเห็น แล้วจะให้ "แสดง" หรือ "ซ่อน" ซึ่งก็ควรจะเลือก "ซ่อน" นะครับ เพราะเราควรจะให้เกียรติผู้อ่าน ถ้านึกถึงตัวเรา เวลาไปแสดงความคิดเห็นทีไหน พอพิมพ์เสร็จ ก็ไม่แสดงออกมา คงจะหงุดหงิดแย่เลย
  • ใครสามารถแสดงความคิดเห็น : เป็นส่วนจัดการ ผู้แสดงความคิดเห็น ว่ามาจากไหน ซึ่งมี 4 ข้อย่อย คือ ทุกคน , ผู้ใช้ที่จดทะเบียน , ผู้ใช้ที่มีบัญชี Google และ เฉพาะสมาชิกของบล็อกนี้
  • การจัดวางฟอร์มความคิดเห็น : เป็นการโชว์ส่วนการแสดงความคิดเห็น เมื่อผู้อ่านต้องการจะแสดงความคิดเห็นดังนี้ 
    • เต็มหน้า จะซ่อนหน้าต่างการแสดงความคิดเห็นไว้ เมื่อกดลิงก์ที่คำว่า "ความคิดเห็น" ที่วางอยู่ด้านล่างสุดของบทความ ซึ่งจะโชว์หน้าต่างมาเต็มหนาจอ
    • หน้าต่างป๊อปอัป วิธีแสดง "ความคิดเห็น" ใช้งานเหมือนกับแบบ เต็มหน้า เพียงแต่หน้าต่างที่โชว์ขึ้นมาจะเป็นหน้าต่างป๊อปอัป ขนาดเล็กไม่ใหญ่เกินไป
    • วางไว้ใต้บทความ จะมีหน้าต่างการแสดงบทความที่ล่างสุดของบทความเลย ดังแสดงในภาพข้างล่างนะครั
  • ความคิดเห็นเริ่มต้นสำหรับบทความ :
  • ลิงก์ย้อนกลับ : เป็นการแสดงถึง ลิงก์ที่สามารถย้อนกลับ เดินหน้าได้ ควรเลือก "แสดง" นะครับ เพราะว่า จะทำให้บล็อกที่สร้างมามีฟังก์ชั่นที่น่าใช้งาน
  • ค่าเริ่มต้นของลิงก์ย้อนกลับสำหรับบทความ : สื่อความหมายตรงตัวนะครับ ดังนั้นควรเลือก "บทความใหม่มีลิงก์ย้อนกลับ"
  • รูปแบบเวลาในส่วนความคิดเห็น : เลือกรูปแบบเวลาตามที่ชอบใจได้เลยครับ
  • ข้อความของฟอร์มความคิดเห็น : คือส่วนที่ให้เราเติมข้อความ หรือประโยค แล้วจะแสดงเหนือหน้าต่างแสดงความคิดเห็น สามารถดูตัวอย่างตรงนี้ บนภาพด้านบนที่ผมวางไว้เหนือคำอธิบายนี้นะครับ
  • การจัดการความคิดเห็น : เป็นส่วนที่ผู้สร้างบล็อกอยากจะตรวจสอบ ความคิดเห็นของผู้มาแสดงความคิดเห็น หรือไม่ ดังนั้นจึงมีให้เราเลือก 3 หัวข้อย่อยคือ 
    • 1. ทุกครั้ง หมายถึงเวลามีการแสดงความคิดเห็น ก็จะต้องส่งมาให้เจ้าของบล็อกตรวจสอบก่อน โดยส่งมาทางอีเมล์ ที่ได้กรอกไว้ตรงที่ช่องเติมข้อความว่า "ที่อยู่อีเมล"
    • 2. เฉพาะบทความที่เก่ากว่า (จำนวน) วัน เป็นการส่งความคิดเห็นสำหรับบทความที่เคยเขียนไปแล้วกี่วัน ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะกรอกตัวเลขไปกี่วันครับ เช่น เคยเขียนบทความไว้แล้วก่อนหน้า 1 สัปดาห์ แล้วเราลงไว้ 4 วัน เมื่อมีคนมาแสดงความคิดเห็นกับบทความที่ลงมาแล้ว 7 วัน ก็จะส่งมาให้เราได้ตรวจสอบก่อนครับ
    • 3. ไม่ ก็คือไม่ต้องตรวจสอบความคิดเห็นเลย เมื่อมีคนแสดงความมคิดเห็น ก็โชว์เดี๋ยวนั้นเลยครับ
  • แสดงการตรวจสอบคำสำหรับความคิดเห็นหรือไม่ : เป็นส่วนที่ควรตอบว่า"ใช่" เลยนะครับ เพราะว่าจะเป็นการป้องกันพวก robot ที่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นมั่วซั่ว มาขายยาไวอากร้าบ้าง มาขายสินค้า MLM บ้าง เป็นต้นครับ
  • แสดงรูปภาพโปรไฟล์บนความคิดเห็นหรือไม่ : ความหมายตรงตัวครับ ติ๊กหน้าช่อง "ใช่" ไว้ก่อนครับ
  • อีเมลสำหรับแจ้งเตือนเมื่อมีความคิดเห็นใหม่ : ผมแนะนำว่าควรใส่อีเมล์ในช่องว่างนะครับ และเมื่อมีคนมาแสดงความคิดเห็น ระบบของ Blogger จะส่ง "ความคิดเห็น" มาให้เราได้ทราบ ได้รับรู้กันครับ แต่ว่าไม่ได้ตรวจสอบอะไรนะครับ คือเหมือนแจ้งให้เราดูเฉยๆ ครับ

Blogger ตอนที่ 11 : การจัดการข้อมูล "เก็บเข้าคลังบทความ" "ฟีดของไซต์" "อีเมล" และ "OpenID"

เรื่องที่ 11 การจัดการข้อมูล "เก็บเข้าคลังบทความ" "ฟีดของไซต์" "อีเมล" และ "OpenID"

ตอนที่ 11
การจัดการข้อมูล "เก็บเข้าคลังบทความ"

"การตั้งค่า" ตอนนี้เรามาพบกับส่วนการจัดการ "เก็บเข้าคลังบทความ"

  • ความถี่ของการเก็บเข้าคลังบทความ : เป็นการบันทึกจำนวนของบทความเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างการใช้งานในส่วนนี้ ในส่วนการแก้ไขในหน้า "รูปแบบ" นะครับ
  • เปิดใช้หน้าบทความหรือไม่ : ในส่วนนี้ให้ใส่ "ใช่" ไปเลยนะครับ เพราะจะสัมพันธ์กับการแสดงบทความ เมื่อมีคนคลิ๊กเพื่อดูบทความเป็นตามความถี่ ที่เรากำหนดไว้ เช่น รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน
การจัดการข้อมูล "อีเมลและมือถือ"




เทมเพลตมือถือ

  • เทมเพลตมือถือ นั้นเป็นการที่จะให้เข้าบล็อกของเราได้ในมือถือ  ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการทำให้บล็อกของเราน่าสนใจมากขึ้น อีกด้วย 
  • ที่อยู่ BlogSend : คือเมื่อเวลาเราพิมพ์บทความ แล้วสั่งเผยแพร่ หรือเรียกว่า "ส่งบทความ" ก็ให้ระบบแจ้งการเผยแพร่ข้อมูลมาให้เจ้าของบล็อกทางอีเมล์ ที่สำคัญสามารถส่งบทความที่เผยแพร่ให้ได้ถึง 10 อีเมล์ ซึ่งผมจะใส่อีเมล์ของตัวเอง ทุกบล็อกที่สร้างเลยครับ
  • ที่อยู่ Mail-to-Blogger : เป็นการให้เราใส่อีเมล์ที่เป็น @blogger.com สำหรับคนที่ไม่มีอีเมล์ของ gmail ระบบจึงสร้างอีเมล์ขึ้นมาใหม่ให้อัตโนมัติ .


 
การจัดการข้อมูล "OpenID"

         มาถึงการจัดการส่วนสุดท้าย คือ "OpenID" ก็เป็นเพราะว่า ในต่างประเทศเริ่มนิยมที่จะทำให้ประชากรที่ใช้อินเตอร์เน็ตนั้นสามารถใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น จึงมีแนวคิดรวมตัวกันแล้วให้สมาชิกของแต่ละเว็บไซต์ สามารถใช้ user name และ password เดียวร่วมกันได้ ผมจึงเข้าใจว่า ในส่วนนี้คงเป็นข้อตกลงร่วมกันในระดับบริษัทแม่ ที่ต้องการเชื่อมโยงการใช้งานร่วมกัน จึงมีส่วนการจัดการนี้ขึ้นมาครับ


         ลองมาดูรายละเอียดกันสักนิดหน่อย (ซึ่งผมก็ไม่ค่อยทราบรายละเอียดมฝากเท่าไหร่นะครับ) กดที่ลิงก์ "ความคิดเห็น" มันก็จะไปที่หน้าการจัดการ "ข้อคิดเห็น" ซึ่งก็จะไปให้ความสำคัญในเรื่องการกำหนด "ผู้แสดงความคิดเห็น" ที่ผมแนะนำว่า ควรคลิกหน้าวงกลมที่ "ทุกคน" ถ้ากดลิงก์ "เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ OpenID" ก็จะไปที่เว็บไซต์ของ OpenID ที่มี URL ดังนี้ครับ http://openid.net/what/