วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556
วิธี Sync iTunes โดยผ่าน WiFi วง Lan เดียวกัน
วิธี Sync iTunes โดยผ่าน WiFi (โดยไม่ต้องเสียบสาย USB) โดยเครื่อง Mac/PC และ iPhone iPad iPod ต่อ WiFi วง Lan เดียวกัน ขั้นตอนต่อไปนี้...1. เสียบสาย USB ทำการซิงค์ iPhone กับ iTunes >> ดูที่ Summery >> ติ๊กเครื่องหมายถูก "Sync with this iPhone over Wi-fi" >> กด Applyเมื่อถอดสาย USB แล้ว iPhone ยังคงซิงค์อยู่กับ iTunes (สังเกตที่ DEVICES ด้านข้างซ้าย)ต่อไปนี้จะทำการซิงค์เพลง หนัง App Tones Photo โดยไม่ต้องเสียบสาย USB อีกต่อไป สะดวกมากๆ
...มาดูใน iPhoneเข้าไปที่ Settings >> General >> iTunes Wi-Fi Sync >> กด Sync Now

...เมื่อ Sync ได้แล้วสังเกต ข้างบนจะมีไอคอนการเชื่อมต่อ กับ ด้านล่าง Syncing (Step 5 of 5) (ตามรูป)
iPad iPod ก็สามารถทำได้เช่นกัน. หากเครื่องไม่ Sync WiFi กับ iTunes ลอง ReStart เครื่องแล้วลองทำตามขั้นตอนใหม่อีกครั้ง.
วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
Intel Haswell (Core I Gen 4) แรงขึ้นประหยัดไฟกว่าเดิม
เป็นไปตามธรรมเนียมของ Intel เมื่อครบปี Intel จะปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมใหม่ของซีพียูสักครั้ง
บนจังหวะของ Tick -Tock ซึ่งทุกปี Intel จะเปลี่ยนซีพียู 1 ครั้ง เริ่มตั้งแต่สมัย Pentium 4 > Core 2 Duo > Core I (Nehalem) > Core I Gen 2 (Sandy Bridge) > Core I Gen 3 (Ivy Bridge) และล่าสุดที่ Intel จะเปิดตัวในปีนี้ Core i Gen 4 (Haswell) โดยทุก ๆ ช่วงที่เป็น Tick มันจะเป็นช่วงที่เปลี่ยนแปลง Generation หรือเป็น Major Change ส่วนช่วงที่เป็น Tock นั้นจะเป็น Minor Change ซึ่งประสิทธิภาพจะไม่ได้ต่างกันมาก แต่การเปลี่ยนจาก Core I Gen 3 (Ivy Bridge) มาเป็น Core i Gen 4 (Haswell) จะอยู่ในจังหวะ Tick ซึ่งหมายความว่าจะเปลี่ยนสถาปัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นซ๊อกเก็ต ประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้พลังงานซึ่ง Intel คุยมาแต่ไกลเลยว่าแรงขึ้น แต่กินไฟน้อยลงว่า Core I Gen 3 (Ivy Bridge)
แม้ Core i Gen 4 (Haswell) จะยังใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 22nm แบบ Core I Gen 3 (Ivy Bridge) แต่จะมีอัตราการประหยัดพลังงานที่ดีกว่ารุ่นก่อนมาก โดย Intel ปรับอัตราการใช้พลังงาน (TDP) สำหรับโนัตบุ๊กและ Ultrabook ให้เริ่มต้นในช่วง 15-20W จากที่ในปัจจุบันใน Core I Gen 3 (Ivy Bridge) อยู่ที่ราวๆ 35-45W ด้วยกัน ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้สามารถใช้พลังงานได้ดีขึ้นมาจากการเพิ่มระดับการทำงานของซีพียูเข้าไปอีกหรือก็คือ Sleeping State S0ix เช่น Soi1 หรือ S0i3 ที่จะอยู่ตรงกึ่งกลางของช่วงระดับ S0 กับ S1 ยกตัวอย่างเช่นการใช้งานทั่วไปจะอยู่ที่ระดับ S0 และเมื่อปิดฝาจอลงมา จากเดิมที่จะลงมาอยู่ในระดับ S3 ก็จะเป็น S0ix แทน ซึ่งมีการกินไฟเทียบเท่ากับ S3 แต่สถานะของชิปประมวลผลยังอยู่ในสภาวะพร้อมปลุกขึ้นมาทำงานได้ด้วยความเร็ว เหมือนว่าเราไม่ได้ sleep เครื่องลงไปเลย ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งเรื่องการประหยัดพลังงานและการเปิดเครื่องกลับมาใช้งาน ที่เร็วกว่าเดิมมาก ซึ่งขั้นตอนที่คล้ายคลึงกันนี้มีอยู่แล้วใน OS X ดังจะสังเกตได้ว่าเครื่องแมคจะ sleep และเปิดเครื่องขึ้นมาได้เร็ว รวมถึงระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างยาวนานกว่าโน้ตบุ๊กและ Ultrabook หลายๆ ตัวอยู่พอสมควร แต่ใน Intel Haswell นั้นจะมีการติดตั้งระบบ S0ix มาในชิปเลย
นอกจากเรื่องการจัดการพลังงานที่ถือเป็นจุดเด่นของ Intel Haswell แล้ว ในส่วนของการประมวลผลยังมีการปรับปรุงไปไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแบนด์วิธของแคช การเพิ่มชุดคำสั่งเพื่อให้สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มชุดคำสั่งด้านความปลอดภัย เพื่อเข้ามาสนับสนุนออปชั่นเดิมอย่าง Intel Anti-Theft ที่ได้พัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 4.0 แล้ว ระบบ L3 Cache ก็มีการปรับเปลี่ยนกลับมาใช้ในแบบ Gen 1 (Nehalem) ซึ่งจะทำให้ L3 มีความเร็วเฉพาะของตัวเองไม่ต้องขึ้นอยู่กับความเร็วของซีพียูอีกต่อไปแบบใน Gen 2,3 ทำให้เกิดปัญหาคอขวดเวลาซีพียูทำงานช้าๆ L3 ก็จะช้าตามไป ซึ่งแบบใหม่นี้จะทำให้ L3 เป็นอิสระแม้ซีพียูทำงานช้า ก็ยังสามารถส่งข้อมูลให้ระบบได้เร็วเหมือนเดิม
- เพิ่มคำสั่ง RapidStart ซึ่งจะช่วย Boot เครื่องได้เร็วขึ้นภายใน 2 วินาทีเท่านั้น โดยฝั่งเข้าไปในซีพียุ จากเดิมที่ต้องพึ่งพาจาก Chip และตัว OS
- อัพเกรทชุดคำสั่ง Intel AVX เป็นเวอร์ชั่น 2.0
- ชิปเซตจะมี bandwidth ที่กว้างขึ้น ปรับปรุงระบบ PCIe จาก 2.0 เป็น PCIe 3.0
- Notebook เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้นกว่า 8 ชั่วโมง
- การรองรับเทคโนโลยี NFC (near-field communication)
- เพิ่มพอร์ต Thunderbolt เข้ามาเป็นมาตรฐาน
- แรมยังคงรองรับ Bus สูงสุดที่ 1,600 MHz เท่าเดิม
GPU นั้นก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยด้วย โดยจะมีการซอยย่อยเป็น 3 รุ่น GT1 (HD4500), GT2 (HD4600) และ GT3 (HD5200) ที่ความเร็วและความสามารถจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่โดยพื้นฐานก็คือรองรับ DirectX 11.1, OpenCL 1.2 และ OpenGL 4.0 ซึ่งจากเดิมจะใน HD 4000 แต่จะต่างกันที่ความเร็วของ GPU ตามรุ่นของซีพียู
- GT1 (HD4500) , GT2 (HD4600) โดยประสิทธิภาพจะใกล้เคียงกันมาก แต่จะต่างที่ตัวความเร็วของ GPU
- GT3 (HD5200) นั้นจะต่างออกไปนอกจากความเร็วของตัว GPU แล้ว ยังเพิ่มจุดคำสั่งเข้ามาอีกชุด ทำให้สามารถประมวลผลได้เร็วเป็น 2 เท่าของ GT1,GT2
Core i Gen 4 (Haswell) ชุดแรกจะเปิดตัวรุ่น Core i7-4xxx ก่อนตามธรรมเนียม ในช่วง Q2/2013 หรือประมาณต้นเดือนมิถุนายนในงาน Computex 2013 เพราะฉะนั้นตอนนี้หลายๆแบรนด์ก็จะเริ่มทยอยดัน Core i7-3xxx ให้หมดก่อน จึงอาจจะเกิดช่วงที่ Core i7 ขาดตลาดบ้างแต่ก็ไม่นาน เราก็คงจะได้เห็น Core i7-4xxx เข้ามาแทนทั้งเครื่อง PC และโน้ตบุ๊ก ซึ่งรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะขึ้นด้วย 4xxx แล้วตามด้วยรหัสท้ายซึ่งเป็นตัวระบุประสิทธิภาพและฟังค์ชั่นพิเศษโดยจะมีรหัสที่เราต้องจำเพิ่มขึ้นไปอีกจากเดิมมีแค่ U ,M ,QM
- M – Mobile processor (ซีพียูสำหรับอุปกรณ์พกพาเน้นประหยัดพลังงาน โดยจะใช้การ์ดจอ HD4600/GT2)
- Q – Quad-core (เป็นซีพียูแบบ 4 แกนหลัก จากเดิมจะใช้คำว่า QM)
- U – Ultra-low power (ซีพียูที่ประหยัดพลังงานมาเป็นพิเศษ Ultrabook ,Tablet)
- X – ‘Extreme’ (ซีพียูรุ่น top จะแรงสุดและกินพลังงานมากเป็นพิเศษ)
- Y – Extreme-low power (ซีพียูประสิทธิภาพสูง แต่ก็ยังประหยัดพลังงานกว่ารุ่นปรกติ)
- H – High performance GPU (ตัวจีพียูเป็นรุ่นสูงสุดหรือก็คือ HD5200/GT3e)
แม้ตอนนี้ Core i Gen 4 (Haswell) ยังไม่มีผลทดสอบอย่างเป็นทางการออกมา เพราะต้องรอ Intel เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Computex 2013 ต้นเดือนมิถุนายนนี้ แต่ดูจากผลทดสอบที่ Intel ปล่อยออกมา รวมถึงสถาปัตยกรรมของซีพียูตัวใหม่และความคาดหวังของ user ทั่วโลก น่าจะเป็นอีกหนึ่งซีพียูที่เข้ามาผลิกโฉมวงการ IT ได้ เพราะนอกจากวงการโน้ตบุ๊ก PC แล้ว ยังหมายรวมถึงวงการ Tablet Smartphone ที่จะได้อานิสงค์ของซีพียู Core i Gen 4 (Haswell) ตัวใหม่นี้ด้วยแนวคิดง่ายๆแรงขึ้นแต่ประหยัดพลังงานกว่าเดิม คงต้องรอดูกันนะครับว่าจะแจ่มจริงดัง Intel ว่ามาขนาดไหน
วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
LG Nexus 4 16 GB - แอลจี E960
ขนาด: 133.9 × 68.7 × 9.1 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 139 กรัม
ข้อมูลทั่วไป LG Nexus 4 16 GB - แอลจี E960
- เหนือความคาดหมาย สัมผัสได้กับ NEXUS4 -
- เปิดตัวครั้งแรก 30 ตุลาคม 2012 (สยามโฟนฯ)
- ออกวางจำหน่าย ไตรมาสแรก ปี 2013 (มกราคม 56)
- ราคามือถือ LG Nexus 4 16 GB
- ราคาเปิดตัว 17,900 บาท (มกราคม 56)
- ราคาล่าสุด 15,900 บาท (ปรับปรุง เมื่อเดือนก่อน2,000)
- เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ *ตรวจสอบรุ่นที่รองรับเครือข่าย 3G กับผู้ขายอีกครั้ง
- GSM 850/900/1800/1900 MHz
- WCDMA 850/900/1700/1900/2100 MHz - เทคโนโลยีการรับ/ส่งข้อมูล
- 2G : EDGE/GPRS
- 3G : HSPA+ 42 Mbps, HSDPA 21 Mbps, HSUPA 5.76 Mbps - รองรับ Micro Sim
- จอแสดงผล IPS-LCD 16 ล้านสี ระบบสัมผัส Multi-Touch
- กว้าง 4.7 นิ้ว
- ความละเอียด 1280 x 768 พิกเซล
- Corning Gorilla Glass - หลอดไฟกระพริบ (LED Indicator)
- ระบบเซ็นเซอร์ (Sensor)
- ระบบหมุนภาพอัตโนมัติ (Accelerometer)
- ตรวจจับแสงปรับความสว่างอัตโนมัติ (Ambient light)
- ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง (Accelerometer)
- ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา (Proximity)
- ระบบเซนเซอร์หมุนภาพ (Gyroscope)
- ปรับมุมมองการแสดงผลอัตโนมัติ (Orientation)
- ระบบปฏิบัติการ: Android 4.2.1 (Jelly Bean)
- หน่วยประมวลผล : Qualcomm Quad Core
- ความเร็ว : 1.5 GHz - หน่วยความจำ 16 GB (ตัวเครื่อง)
- RAM 2GB
- ระบบดาวเทียมบอกพิกัด: GPS
- รองรับแอพพลิเคชั่น Google Maps™
- โปรแกรมเข็มทิศในตัว (Digital Compass)
- Latitude แสดงตำแหน่งละติจูด - WiFi 802.11b/g/n/a
- จุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบพกพา (Portable Wi-Fi Hotspot) - Bluetooth 3.0
- รองรับ NFC (Near Field Communication)
- Micro USB 2.0
- HDMI (ต่อสัญญาณเข้าเครื่องโทรทัศน์)
- ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
- รองรับบราวเซอร์ Google Chrome
- รองรับภาษา HTML, HTML5
- โซเชียลเน็ตเวิร์คแอพฯ Facebook, Twitter
- รองรับ Javascript
- SMS, MMS
- อีเมล Email (IMAP, POP3, SMTP, Push Mail)
- ข้อความแชท Instant Messaging, Google Talk
- สนับสนุน Gmail, Google Search
- กล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล (Digital Camera)
- พร้อมแฟลช LED (Digital camera)
- ซูมดิจิตอล 3.9 เท่า (3.9x Digital Zoom)
- ขนาดภาพสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล (Image Size)
- ปรับภาพอัตโนมัติ (Auto Focus)
- Touch focus (Touch Focus)
- แนบตำแหน่งบนแผนที่ไปกับภาพถ่าย (Geo-Tagging)
- สมดุลแสงสีขาว(Automatic, Sunny, Cloudy, Incandescent, Fluorescent)
- โหมดฉาก (อัตโนมัติ, เวลากลางคืน, ถ่ายภาพในร่ม หรือ งานปาร์ตี้, พระอาทิตย์ ขึ้น - ตก)
- ค้นหาใบหน้าอัตโนมัติ (Face Detection) - กล้องหน้า (Front Camera)
- ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล - บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video Recording)
- ความละเอียด HD 1920 x 1080 พิกเซล
- รูปแบบไฟล์วีดีโอ : MPEG-4
- โปรแกรมตัดต่อ (Video Editing) - เครื่องเล่นวีดีโอ (Video Player) และ วีดีโอสตรีมมิ่ง
- รูปแบบไฟล์ : MPEG-4, H.264, H.263
- รองรับวีดีโอจาก YouTube™ - เครื่องเล่นเพลง (Music Player)
- รูปแบบไฟล์ : AMR, AAC, AAC+, eAAC+, MP3, WAV, WMA, MIDI
- ดาวน์โหลดแอนดรอยด์แอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม (Android Market)
- ออร์กาไนเซอร์
- ปฏิทิน, เครื่องคิดเลข, นาฬิกาปลุก, จับเวลา - ริงโทน MP3, WAV
- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย
- แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Pol 2,100 mAh (Standard Battery)
- เปิดรอรับสาย GSM 564 ชั่วโมง (Standby Time)
- สนทนาต่อเนื่อง GSM 11.9 ชั่วโมง (Talk Time)
HTC DROID DNA - เอชทีซี DROID DNA
- เปิดตัวครั้งแรก 14 พฤศจิกายน 2012 (สยามโฟนฯ)
- ออกวางจำหน่าย ไตรมาสสุดท้าย ปี 2012 (พฤศจิกายน 55)
- ราคามือถือ HTC DROID DNA
- ราคาเปิดตัว - บาท (ยังไม่กำหนดราคา)
- เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ *ตรวจสอบรุ่นที่รองรับเครือข่าย 3G กับผู้ขายอีกครั้ง
- GSM 850/900/1800/1900 MHz
- UMTS 850/900/1900/2100 MHz - เทคโนโลยีการรับ/ส่งข้อมูล
- 3G :
- 4G
- จอแสดงผล ระบบสัมผัส Multi-Touch
- กว้าง 5 นิ้ว
- ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล
- Capacitive
- รูปแบบการแสดงผล Sense UI
- ระบบปฏิบัติการ: Android 4.1 Jelly Bean
- หน่วยประมวลผล : Qualcomm Quad Core
- ความเร็ว : 1.5 GHz - หน่วยความจำ 16 GB (ตัวเครื่อง)
- RAM 2GB
- ระบบดาวเทียมบอกพิกัด: A-GPS
- รองรับแอพพลิเคชั่น Google Maps™
- Street View มุมมองแผนที่สามมิติสมจริง - WiFi 802.11b/g/n/a
- Bluetooth 4.0
- รองรับ NFC (Near Field Communication)
- ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
- SMS, MMS
- อีเมล Email (IMAP, POP3, Push Mail)
- ข้อความแชท Instant Messaging, Windows (MSN) Live, Google Talk
- สนับสนุน Gmail, Yahoo, AOL, Google Search
- กล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล (Digital Camera)
- พร้อมแฟลช LED (Digital camera)
- โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง - กล้องหน้า (Front Camera)
- ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล - บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video Recording)
- ความละเอียด HD 1920 x 1080 พิกเซล - เครื่องเล่นวีดีโอ (Video Player) และ วีดีโอสตรีมมิ่ง
- รูปแบบไฟล์ : MPEG-4, WMV, H.264, H.263
- รองรับวีดีโอจาก YouTube™ - เครื่องเล่นเพลง (Music Player)
- รูปแบบไฟล์ : AMR-NB, AMR-WBs, AAC, AAC+, eAAC+, MP3, WAV, WMA, MIDI, OGG
- ดาวน์โหลดแอนดรอยด์แอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม (Android Market)
- แฮนด์ฟรีในตัว (Build-In Handsfree)
- ออร์กาไนเซอร์
- ปฏิทิน, เครื่องคิดเลข, นาฬิกาปลุก
- แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-ion 2,020 mAh (Standard Battery)
- เปิดรอรับสาย GSM 15 วัน (Standby Time)
- สนทนาต่อเนื่อง GSM 12.8 ชั่วโมง (Talk Time)
วิธีแชร์อินเตอร์เน็ต windows7
วิธีแชร์อินเตอร์เน็ต windows7
มาๆๆ พี่จะบอกวิธีแชร์อินเตอร์เน็ต (ปกติเราจะแชร์อินเตอร์เน็ต จะต้องไม่ใช้พอร์ตเดียวกัน ในที่นี้ถ้าเราต่อจากสายแลน เราก็สามารถแชร์ออกทางไวเลสได้) ปกติไวเลสจะเป็นตัวรับ แต่เราจะมาทำเป็นตัวปล่อยแทนมาดูวิธีกันเลย
1. กดปุ่ม Start ตรงช่องค้นหา พิมพ์ว่า Wireless เลือกตามรูปตัวอย่าง
2. กดปุ่ม Add เพื่อสร้างเน็ตเวิค
3.เลือก Cteate an ad hoc network
4.แล้วก็ Next ต่อไป
5.สุดท้ายก็เลือกรูปแบบที่จะสร้าง บางทีอาจจะมีปัญหาเลือกแบบ Open Network ไปเลยก็ได้ (ห้องข้างๆเข้าต่อเน็ตด้วยได้)
ตรงนี้บางทีจะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมา ให้กดที่ Turn on เพื่อเปิดการใช้งาน ^____^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)